Tuesday, May 14, 2013

ฆาตกร




ในระบบทุนนิยม การฆ่าคนในสงครามกลายเป็นเรื่อง “เกียรติ” เป็นเรื่องของ “วีรชน” ทั้งๆ ที่ในรูปธรรมสงครามมันมีแต่ความป่าเถื่อนจนทหารผ่านศึกส่วนใหญ่รู้สึกว่าตนเองต้องฝันร้ายตลอดชีวิต หรือมีผลกระทบทางจิตใจ และในสงครามทหารถูกหล่อหลอมให้เป็นปีศาจร้ายที่ข่มขืนผู้หญิงและฆ่าเด็กไปด้วย


โดย ลั่นทมขาว

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนักปฏิวัติสังคมนิยมจากสก็อตแลนด์ถูกจับโดยรัฐบาลอังกฤษภายใต้ข้อหา “ชวนทหารอังกฤษให้กบฏต่อชาติ” เนื่องจากเขาไปแจกใบปลิวเรียกร้องให้กรรมาชีพปฏิเสธที่จะร่วมสงคราม เพราะจะเป็นฆ่ากันเองระหว่างกรรมาชีพอังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และเยอรมัน
    
ในห้องศาล จอห์น มะคลีน เลือกที่จะไม่ใช้ทนาย และใช้สิทธิในการอภิปราย เขาขึ้นต้นการอภิปรายด้วยคำพูดว่า “ผมไม่ได้มายืนในศาลครั้งนี้ในฐานะจำเลย ผมมายืนในฐานะผู้กล่าวหาระบบทุนนิยม ซึ่งเป็นระบบที่เปรอะเปื้อนเลือดจากหัวจรดเท้า”
    
คำปราศัยของ จอห์น มะคลีน คือจุดเริ่มต้นที่ดีของการวิเคราะห์ฆาตกรตามแนวคิดของลัทธิมาร์คซ์ เพราะระบบทุนนิยมเปรอะเปื้อนเลือดจากหัวจรดเท้าจริง ในสงครามต่างๆ ชนชั้นกรรมาชีพถูกเกณฑ์และปลุกระดมภายใต้การคลั่งชาติให้ไปฆ่ากันเอง และทั้งๆ ที่มีการพูดโกหกว่าเป็นสงครามเพื่อเสรีภาพ แท้จริงแล้วทุกสงครามของทุนนิยม เป็นสงครามเพื่อกอบโกยกำไร และเพื่อเอาชนะนายทุนชาติอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่ง มันเป็นสงครามที่ทหารกรรมาชีพเป็นเหยื่อ เพื่อให้นายทุนชาติหนึ่งสามารถกดขี่ขูดรีดกรรมาชีพทั่วโลก
    
แต่ถ้าเราลองสังเกตดู เราจะเห็นว่าชนชั้นปกครองในทุกประเทศ ชอบด่าฝ่ายประชาชนเวลาลุกฮือเพื่อประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และความเท่าเทียม ว่าเราเป็นพวก “รุนแรง” หรือ “หัวรุนแรง” เสมอ
    
ในระบบทุนนิยม การฆ่าคนในสงครามกลายเป็นเรื่อง “เกียรติ” เป็นเรื่องของ “วีรชน” ทั้งๆ ที่ในรูปธรรมสงครามมันมีแต่ความป่าเถื่อนจนทหารผ่านศึกส่วนใหญ่รู้สึกว่าตนเองต้องฝันร้ายตลอดชีวิต หรือมีผลกระทบทางจิตใจ และในสงครามทหารถูกหล่อหลอมให้เป็นปีศาจร้ายที่ข่มขืนผู้หญิงและฆ่าเด็กไปด้วย แต่ในความเป็นจริงปีศาจร้ายตัวจริง หรือฆาตกร คือนักการเมืองหรือผู้นำที่นั่งอยู่ในห้องสบายๆ และส่งทหารหนุ่มไปตาย
    
ในระบบทุนนิยม การฆ่ากรรมาชีพเพื่อกำไร ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ในโรงงานนรก เรือประมงล่ม โรงไฟฟ้าระเบิด หรือโรคเรื้อรังในปอดหรือมะเร็งที่มาจากสภาพการทำงาน ถือว่าเป็นแค่ “อุบัติเหตุ” ทั้งๆ ที่ใครๆ รู้ว่ามันเกิดจากการเร่งหากำไรและการตัดค่าใช้จ่ายของนายทุน พูดง่ายๆ นายทุนคือฆาตกรตัวจริง แต่เขาจะไม่ถูกลงโทษตามความร้ายแรงของอาชญากรรม
    
ในระบบทุนนิยม เวลาทหารยิงประชาชนที่ออกมาประท้วงเรียกร้องเสรีภาพ สื่อกระแสหลักของนายทุนจะพยายามปั้นข่าวว่าผู้ประท้วงใช้ความรุนแรง ทั้งๆ ที่ไม่มีอาวุธ และทหารฆาตกรจะกลายเป็นผู้รักษาความสงบ
    
ในระบบทุนนิยมเวลานักการเมืองประกาศทำ “สงครามยาเสพติด” ไม่ว่าจะในไทยหรือเมคซิโก และประชาชนถูกฆ่าโดยไม่นำมาพิสูจน์ความผิดในศาล สื่อกระแสหลักจะชมนักการเมืองฆาตกรเหล่านั้น
    
เรื่องของการฆ่าคนแยกออกจากเรื่องความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นไม่ได้เลย
    
แม้แต่เรื่องการฆ่ากันเองของคนธรรมดาในชีวิตประจำวันก็ถูกบิดเบือนจากทุนนิยมและสังคมชนชั้น บ่อยครั้งการฆ่ากันระหว่างคนในครอบครัวเดียวกัน หรือคนที่รู้จักกัน มาจากความเครียดในปัญหาชีวิต ความเครียดอาจนำไปสู่การดื่ม ซึ่งยิ่งทำให้คนขาดสติ มันมาจากความกดดันในสถาบันครอบครัวด้วย ที่บ่อยครั้งทำให้คนอยู่ด้วยกันเวลาหมดรัก หรืออยู่ด้วยกันเพราะสาเหตุทางเศรษฐกิจแทนความรัก การฆ่ากันมาจากการปล้นทรัพย์ด้วย ซึ่งการปล้นขโมยมีปัจจัยจากความเหลื่อมล้ำทางรายได้และความยากจน แต่คนที่ถูกปล้นมักเป็นคนจน เพราะปล้นง่ายกว่าคนรวยที่มีรั้วสูงและระบบป้องกัน
    
ส่วนใหญ่เวลาคนจนฆ่าคนในชีวิตประจำวัน จะถูกจับ และอาจถูกประหารชีวิต แต่เวลาลูกนักการเมืองที่มีอิทธิพลยิงคนอื่นตาย เขาจะลอยนวล
    
นักมาร์คซิสต์คัดค้านโทษประหาร เพราะมันเป็นแค่การฆ่าประชาชนอีกคนหนึ่งเพื่อการสำเร็จความใคร่และการแก้แค้นของสังคม แต่การแก้แค้นแบบนั้นเป็นความคิดล้าหลังต่ำช้าที่สุดที่ชนชั้นปกครองป้อนให้เราเชื่อ การแก้แค้นไม่นำไปสู่การคืนชีพของผู้ถูกฆ่า โทษประหารไม่นำไปสู่การลดอาชญากรรมแต่อย่างใด และบ่อยครั้งผู้ถูกประหารเป็นคนบริสุทธิ์ที่ศาลพิพากษาผิด
    
ในสังคมนิยมเราคงไม่สามารถกำจัดการฆ่ากันเองของคนตามอารมณ์ร้อนแรงได้หมด แต่เราลดการฆ่าในสงคราม การฆ่าที่มาจากเผด็จการ และการฆ่ากรรมาชีพในสถานที่ทำงานได้ และเราจะพยายามลดความเครียดต่างๆ นาๆ ในชีวิตประจำวันด้วย


No comments:

Post a Comment